ในกรณีขาดแคลนทุนทรัพย์ไม่ได้มีครอบครัวที่สามารถซัพพอร์ตได้การสอบชิงทุนเลยถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญสำหรับคนที่อยากไปเรียนต่อต่างประเทศ โดยเงื่อนไขการสอบชิงทุนจะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน บทความนี้จะมาบอกถึงการสอบชิงทุนไปต่างประเทศเป็นยังไง มีเงื่อนไขอะไรบ้าง เพื่อเป็นแนวทางให้สำหรับคนที่วางแผนจะสอบชิงทุนไปต่างประเทศได้เตรียมความพร้อม
สอบชิงทุนไปต่างประเทศคืออะไร?
การสอบชิงทุนไปต่างประเทศ คือ กระบวนการคัดเลือกผู้ที่มีศักยภาพและคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขของทุนการศึกษา เพื่อให้ได้รับโอกาสเรียนต่อต่างประเทศ โดยไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด การสอบชิงทุนไปต่างประเทศถือเป็นการสอบที่มีการแข่งขันกันสูง ผู้สอบจำเป็นที่จะต้องเตรียมตัวในการสอบเป็นอย่างดี สำหรับใครที่ห่วงเรื่องไม่ค่อยมีเวลาหรือไม่มีทุนทรัพย์แต่อยากที่จะพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้พร้อมสำหรับการสอบชิงทุน ขอแนะนำเทคนิคเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่สามารถเรียนได้ด้วยตัวเอง ทุกที่ ทุกเวลา เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีทุนทรัพย์หรือไม่มีเวลา
สอบชิงทุนไปต่างประเทศมีเงื่อนไขอะไรบ้าง?
การสมัครสอบชิงทุนไปต่างประเทศมักมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับ ประเภทของทุนและประเทศที่ให้ทุนแต่โดยทั่วไปมีเงื่อนไขสำคัญดังนี้
- คุณสมบัติของผู้สมัคร
- สถานะเป็นนักเรียนนักศึกษาหรือบุคคลทั่วไปที่มีผลการเรียนดี
- มีความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษหรือภาษาของประเทศที่สอบชิงทุน
- มีความมุ่งมั่นตั้งใจและสามารถแสดงให้เห็นว่าการรับทุนจะเป็นประโยชน์ต่ออนาคต
- ข้อกำหนดด้านภาษา
- IELTS / TOEFL: ใช้สำหรับสมัครทุนและมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ และบางประเทศ
- JLPT: สำหรับมหาลัยและทุนที่ประเทศญี่ปุ่น
- DELF / DALF: สำหรับทุนที่ประเทศฝรั่งเศส
- Hanyu Shuiping Kaoshi (HSK): สำหรับทุนในมหาลัยในจีน
- เอกสารที่ต้องใช้
- ใบสมัครทุน
- ทรานสคริปต์ผลการเรียน
- จดหมายแนะนำจากอาจารย์หรือที่ปรึกษา (Recommendation Letter)
- เรียงความหรือ Statement of Purpose (SOP)
- Portfolio(สำหรับทุนที่ต้องการแสดงผลงาน)
แนะนำเว็บที่รวมทุนการศึกษาทั่วโลก
- Scholarship.com
- Scholarship Positions
- Studyportals Scholarships
แนะนำทุนสอบชิงทุนไปต่างประเทศฟรีที่น่าสนใจ
- ทุน Fulbright (สหรัฐอเมริกา): เป็นทุนเต็มจำนวนสำหรับปริญญาโทและปริญญาเอก ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และค่าตั๋วเครื่องบิน
- ทุน Chevening (สหราชอาณาจักร): เป็นทุนของรัฐบาลอังกฤษ สำหรับปริญญาโท ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทุกอย่าง
- ทุน MEXT (ญี่ปุ่น): ทุนของรัฐบาลญี่ปุ่น ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และค่าตั๋วเครื่องบิน มีทั้งสำหรับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก รวมไปถึงทุนวิจัย
- ทุน DAAD (เยอรมนี): ทุนเต็มจำนวนสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการเรียนต่อปริญญาโท-เอก
- ทุน Erasmus+ (สหภาพยุโรป): ทุนเต็มจำนวนสำหรับปริญญาโทในยุโรป ได้เรียนในหลายประเทศในยุโรป
โครงการสอบชิงทุนไปต่างประเทศ โครงการไหนน่าสนใจบ้าง?
โดยทั่วไปโครงการทุนแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ตามระดับการศึกษาและวัตถุประสงค์ แต่ละทุนต่างก็เป็นที่รู้จักในวงกว้างและได้รับความสนใจสูงมากในแต่ละปี ถ้าคุณกำลังมองหาโครงการสอบชิงทุนไปต่างประเทศ เรามีข้อมูลมาแนะนำดังนี้
1. กลุ่มทุนรัฐบาลต่างประเทศ (ทุนฟรี ไม่มีข้อผูกมัดใช้ทุน)
เป็นโครงการสอบชิงทุนไปต่างประเทศที่ได้รับความนิยมและมีคนแย่งกันสมัครมากที่สุด เนื่องจากเป็นโครงการที่ให้มูลค่าทุนครอบคลุมเกือบ 100% ทั้งค่าเทอม ค่าใช้จ่ายรายเดือน และตั๋วเครื่องบิน เมื่อเรียนจบแล้วสามารถกลับมาทำงานได้โดยไม่ต้องชดใช้ทุนเป็นจำนวนปี
- Fulbright (ทุนฟูลไบรท์): เป็นทุนยอดฮิตอันดับหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการไปเรียนต่อ ป.โท หรือ ป.เอก ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เน้นผู้สมัครที่มีผลการเรียนดีและมีทักษะความเป็นผู้นำ
- Chevening (ทุนชีฟนิ่ง): เป็นทุนของรัฐบาลอังกฤษสำหรับเรียนต่อ ป.โท หลักสูตร 1 ปี จุดเด่นคือไม่จำกัดอายุและไม่จำกัดสาขาวิชา แต่ผู้สมัครต้องมีประสบการณ์การทำงานอย่างน้อย 2 ปี
- MEXT (ทุนมงบูโช): เป็นทุนของรัฐบาลญี่ปุ่นที่มีให้เลือกตั้งแต่ระดับนักเรียนมัธยมปลาย ป.ตรี ไปจนถึงนักวิจัย/ป.โท-เอก มีทั้งหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นและหลักสูตรอินเตอร์
- Erasmus Mundus (ทุนอีราสมุส): เป็นทุนของสหภาพยุโรป (EU) ที่เปิดโอกาสให้ผู้ได้รับทุนไปเรียนต่อ ป.โท จุดเด่นคือจะได้เปลี่ยนย้ายประเทศที่เรียนในยุโรปทุกๆ เทอม (ประมาณ 2-4 ประเทศตลอดหลักสูตร)
2. กลุ่มทุนรัฐบาลไทย (มีข้อผูกมัดกลับมาทำงานใช้ทุน)
กลุ่มนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นคงในอาชีพหลังเรียนจบ เพราะเป็นทุนที่ส่งไปเรียนและกลับมาบรรจุทำงานในหน่วยงานราชการหรือมหาวิทยาลัยในไทย
- ทุน ก.พ. (ทุนรัฐบาล): เป็นทุนสอบแข่งขันบุคคลทั่วไปเพื่อไปศึกษาต่อต่างประเทศในระดับ ป.ตรี – ป.เอก ซึ่งจัดสรรทุนตามความต้องการของกระทรวงและหน่วยงานรัฐต่างๆ
- ทุนรัฐบาลกระทรวงการต่างประเทศ (MFA): เป็นทุนระดับประเทศสำหรับผู้ที่สนใจงานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นโยบาย หรือกฎหมายสากล มีเปิดรับทั้งระดับมัธยมปลาย เพื่อไปต่อ ป.ตรี และระดับบุคคลทั่วไปเพื่อต่อ ป.โท ในหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก
3. กลุ่มโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน (ระดับมัธยมศึกษา)
สำหรับน้องๆ มัธยมปลายที่อยากไปใช้ชีวิตและเรียนภาษาในต่างประเทศเป็นเวลา 1 ปีการศึกษา โครงการเหล่านี้จะต้องสอบแข่งขันเพื่อชิงโควตาทุนเต็มจำนวนหรือทุนสมทบส่วนลด
- AFS Thailand: เป็นโครงการแลกเปลี่ยนที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในไทย มีเครือข่ายประเทศพาร์ทเนอร์ทั่วโลก และมีทุนเต็มจำนวนมอบให้นักเรียนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ในทุกๆ ปี
- YES / OEG / SEA: เป็นกลุ่มโครงการแลกเปลี่ยนภาคเอกชนที่ได้รับความนิยมสูง มีการจัดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษเพื่อชิงทุนสมทบและคัดเลือกสถาบันในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา นิวซีแลนด์
เตรียมตัวอย่างไรก่อนสอบชิงทุนไปต่างประเทศ
1. ฝึกเขียนและขัดเกลา Essay ให้ชำนาญ
การเขียน Essay ถือเป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินว่าคุณจะได้รับทุนหรือไม่ เพราะเป็นพื้นที่เดียวที่เปิดโอกาสให้คุณได้บอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง นอกเหนือจากตัวเลขบนใบเกรด โดยสิ่งที่คุณต้องเตรียมคือการเขียนอธิบายให้ชัดเจนว่า เป้าหมายในชีวิตของคุณคืออะไร ทำไมต้องเป็นหลักสูตรหรือประเทศนี้ เมื่อเรียนจบแล้วคุณจะนำความรู้กลับมาพัฒนาหรือสร้างประโยชน์ให้กับประเทศได้อย่างไร การเตรียมตัวในส่วนนี้จึงต้องใช้เวลาในการตกตะกอนความคิด ดราฟต์เนื้อหา และส่งให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจทานล่วงหน้าหลายเดือน
2. ทำความเข้าใจเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ของแต่ละทุน
ก่อนจะตัดสินใจกดสมัคร คุณต้องศึกษาให้ละเอียดว่าทุนนั้นๆ กำลังมองหาคนแบบไหน เพราะแต่ละทุนมีจุดประสงค์ต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น ทุน Chevening ของอังกฤษจะเน้นคนที่มีศักยภาพความเป็นผู้นำสูงและมีเครือข่ายคอนเนกชัน ส่วนทุน Mext ของญี่ปุ่น จะเน้นไปที่ความเข้มข้นทางวิชาการและการวิจัย การเข้าใจตัวตนของทุนจะช่วยให้คุณเลือกไฮไลต์ประวัติของตัวเองได้ตรงจุด และเพิ่มโอกาสที่จะถูกเลือกมากขึ้นด้วย
3. เตรียมคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษให้พร้อมล่วงหน้า
คะแนน IELTS หรือ TOEFL ถือเป็นด่านแรกที่เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำในการคัดกรองใบสมัคร ทุนส่วนใหญ่จะไม่พิจารณาเอกสารเลยหากคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ดังนั้นคุณควรวางแผนอ่านหนังสือและจองรอบสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้คะแนนตามที่ทุนต้องการ และมีเวลาเหลือที่จะสอบใหม่หากคะแนนในรอบแรกยังไม่เป็นที่น่าพอใจ
4. สะสมผลงาน กิจกรรม และโปรไฟล์ให้ตรงเกณฑ์
กรรมการผู้ให้ทุนส่วนใหญ่จะชอบผู้สมัครที่มีมิติ ไม่ใช่แค่เรียนเก่งอย่างเดียว ดังนั้นคุณควรเริ่มสะสม Portfolio ของตัวเองไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมงานวิจัย การทำกิจกรรมนอกห้องเรียน การทำงานอาสาสมัคร หรือโครงการพัฒนาชุมชนต่างๆ เพราะสิ่งเหล่านี้คือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและการลงมือทำจริงของคุณ
5. มองหาผู้เขียนจดหมายแนะนำ
หนึ่งในสิ่งที่ผู้สมัครหลายคนมองข้ามนั่นคือ จดหมายแนะนำตัวจากบุคคลที่สาม เพราะมันเป็นเอกสารที่มีค่าน้ำหนักสูงมากในการพิจารณาทุน คุณควรลิสต์รายชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา หรือหัวหน้างานในปัจจุบันที่รู้จักตัวตนและผลงานของคุณเป็นอย่างดี จากนั้นลองเข้าไปพูดคุยเพื่อแจ้งความจำนงในการขอทุนอย่างเป็นทางการ เพื่อให้อาจารย์หรือหัวหน้ามีเวลาเพียงพอในการเขียนจดหมายที่ลึกซึ้งและช่วยการันตีความสามารถของคุณให้น่าเชื่อถือ
การสอบชิงทุนไปต่างประเทศถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับคนที่ต้องการไปเรียนต่อต่างประเทศ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง การเตรียมตัวดีถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การศึกษาข้อมูลการสมัคร การทราบถึงเงื่อนไขของทุนที่จะสมัคร การเตรียมตัวสอบวัดผลในด้านภาษาของประเทศที่จะไปสอบ อาทิ IELTS / TOEFL และอื่น ๆ ตามเงื่อนไขของแต่ละประเทศ ควรฝึกทำข้อสอบอย่างสม่ำเสมอ ฝึกฟังและอ่านภาษาอังกฤษจากสื่อจริง และสอบล่วงหน้าเผื่อรอบแก้ตัว หากเตรียมตัวให้ดี โอกาสสอบชิงทุนไปต่างประเทศก็ไม่ไกลเกินเอื้อม
หากสงสัยว่า IELTS คืออะไร ในบทความที่แล้วได้มีการอธิบายเกี่ยวกับการสอบ IELTS ไว้ สามารถไปตามอ่านกันได้เลย เพื่อที่จะเข้าใจในรายละเอียดการสอบมากขึ้น