หากคุณกำลังเตรียมตัวเรียนต่อต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้พบเจอประสบการณ์ใหม่ๆ การเตรียมตัวอย่างถูกวิธีจะช่วยให้คุณมีช่วงเวลาที่น่าประทับใจตลอดการเรียนที่ประเทศนั้นๆ แต่การไปเรียนต่อต่างประเทศไม่ใช่เรื่องที่เตรียมตัวแค่วันเดียวก็เรียบร้อยเหมือนการเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด เพราะคุณจะต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในประเทศนั้นจริงๆ และหากคุณเตรียมตัวไม่ดีพอ ก็อาจพลาดโอกาสสำคัญไปอย่างน่าเสียดาย BangkokSuccess เลยจะมาแนะนำวิธีเตรียมตัวที่ถูกต้อง ที่จะช่วยลดความยุ่งยากไปได้พอสมควร
การเตรียมตัวเรียนต่อต่างประเทศ สำคัญอย่างไร?
เหตุผลที่คุณต้องเตรียมตัวเรียนต่อต่างประเทศล่วงหน้า นั่นก็เพราะการเรียนต่อเมืองนอกมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลาดำเนินการที่นานพอสมควร ทั้งการทำคะแนนภาษาอังกฤษให้ผ่านเกณฑ์ การรอพิจารณาใบสมัครจากมหาวิทยาลัย และการยื่นขอวีซ่าที่มีกฎระเบียบเข้มงวด การเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของเอกสารไม่ผ่าน ป้องกันปัญหางบบานปลาย และช่วยให้คุณมีเวลาปรับตัวทั้งด้านภาษาและการใช้ชีวิต ให้พร้อมต่อการเรียนต่างประเทศจริงๆ ได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น
เตรียมตัวเรียนต่อต่างประเทศ มีขั้นตอนอะไรบ้าง
การเดินทางไปเรียนต่อเมืองนอกไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ในสัปดาห์เดียว จำเป็นจะต้องอาศัยการวางแผนและเตรียมความพร้อมล่วงหน้าอย่างน้อย 6-12 เดือน เพื่อให้กระบวนการต่างๆ ราบรื่น ไม่มีข้อผิดพลาดโผล่มากะทันหัน และ 6 ขั้นตอนต่อไปนี้จะช่วยให้คุณเตรียมตัวเรียนต่อได้ง่ายขึ้น
1. เลือกประเทศ เมือง และหลักสูตรที่ตอบโจทย์
จุดเริ่มต้นของการเตรียมตัวเรียนต่อต่างประเทศคือการค้นหาข้อมูลคณะและสาขาวิชาที่คุณต้องการเรียนอย่างละเอียด โดยพิจารณาควบคู่ไปกับข้อกำหนดของสถาบันว่าคุณสมบัติของคุณผ่านเกณฑ์หรือไม่ นอกจากนี้ควรเลือกประเทศและเมืองที่ตรงกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคุณจริงๆ หากคุณเป็นคนที่ชอบชีวิตยามค่ำคืน แต่กลับเลือกเมืองที่เงียบสงบ ชาวบ้านเข้านอนแต่หัวค่ำ แบบนี้ก็อาจไม่เหมาะกับคุณจริงๆ นอกจากนี้อย่าลืมตรวจสอบสภาพแวดล้อมและอัตราค่าครองชีพของเมืองนั้นๆ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเบื้องต้นด้วย เพราะถ้าตอบกับไลฟ์สไตล์ แต่ค่าใช้จ่ายสูงเกินไปก็อาจทำให้งบที่คุณตั้งไว้ลดลงอย่างรวดเร็วและอาจทำให้คุณเครียดมากกว่ามีความสุข
2. ฝึกภาษาให้แน่นและสมัครสอบวัดระดับความรู้
ทักษะภาษาถือเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนต่อ สำหรับวิธีที่คุณสามารถทำได้จะมีทั้งการฝึกเขียน Essay ซึ่งเป็นรูปแบบหลักในการส่งงานและทำข้อสอบในต่างประเทศ เราขอแนะนำให้คุณเริ่มจากการฝึกวางโครงเรื่องให้เป็นระบบ แยกแยะความคิดเป็นบทนำ เนื้อเรื่อง และบทสรุปให้ชัดเจน พร้อมกับฝึกใช้คำเชื่อมประโยคเพื่อให้ข้อความสละสลวย นอกจากนี้ ควรฝึกฝนทักษะการอ่านบทความวิชาการเพื่อสะสมคลังคำศัพท์ระดับสูงควบคู่ไปกับการฝึกฟังและจดโน้ตย่อจากคลิปวิดีโอสัมมนาหรือพอดแคสต์ภาษาอังกฤษด้วย
เมื่อคุณฝึกฝนจนมั่นใจและรู้เกณฑ์คะแนนที่มหาวิทยาลัยต้องการแล้ว ให้รีบวางแผนจองวันสอบวัดระดับที่เป็นสากล เช่น IELTS หรือ TOEFL ทันที โดยแนะนำให้เผื่อเวลาสำหรับการสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 รอบ ในกรณีที่คะแนนรอบแรกยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ทางสถาบันกำหนด จะได้มีเวลาลงทะเบียนสอบใหม่ได้ทันท่วงที
3. จัดเตรียมเอกสารและยื่นใบสมัครเรียน
เมื่อคะแนนภาษาพร้อมแล้ว ให้เริ่มรวบรวมเอกสารวิชาการทั้งหมด (รวมถึงฉบับแปลภาษาอังกฤษที่ได้ ไม่ว่าจะเป็นใบแสดงผลการเรียน, หนังสือรับรองการจบการศึกษา, จดหมายแนะนำจากอาจารย์หรือหัวหน้างานและเรียงความแนะนำตัว จากนั้นให้ส่งใบสมัครไปยังมหาวิทยาลัยที่เลือกไว้ โดยแนะนำให้ยื่นเผื่อไว้ประมาณ 2-3 แห่งเพื่อกระจายความเสี่ยง
4. ตรวจสอบและจัดการวางแผนทางการเงิน
หลังจากที่มหาวิทยาลัยตอบรับเข้าเรียนและส่งใบข้อเสนอมาให้ ขั้นตอนต่อมาคือการบริหารเงินเพื่อชำระค่าเรียนงวดแรกเพื่อรักษาสิทธิ์ รวมถึงการเตรียมเอกสารแสดงหลักฐานทางการเงินสำหรับใช้ยื่นขอวีซ่า ซึ่งขั้นตอนนี้คือจุดสำคัญในการเตรียมตัวเรียนต่อที่ต้องตรวจสอบกฎระเบียบของสถานทูตให้ดีว่าต้องใช้เงินโชว์ในบัญชีเป็นจำนวนเท่าไหร่ ต้องฝากเงินจำนวนนั้นนิ่งไว้ในบัญชีล่วงหน้าเป็นเวลากี่วัน
5. ยื่นขอวีซ่านักเรียนและซื้อประกันสุขภาพ
เมื่อได้เอกสารยืนยันการรับเข้าเรียนอย่างเป็นทางการจากมหาวิทยาลัย เช่น CoE หรือ CAS ให้คุณดำเนินการจองคิวตรวจร่างกายกับโรงพยาบาลที่สถานทูตรับรองทันที พร้อมทั้งซื้อประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติที่เป็นภาคบังคับ จากนั้นค่อยรวบรวมเอกสารทั้งหมดเพื่อยื่นคำร้องขอวีซ่านักเรียนผ่านระบบออนไลน์หรือศูนย์รับคำร้องของประเทศนั้นๆ ซึ่งขั้นตอนนี้จะใช้เวลาพิจารณาตั้งแต่ 2 สัปดาห์ไปจนถึง 2 เดือนเลยทีเดียว
6. จองที่พัก ตั๋วเครื่องบิน และเตรียมของเดินทาง
ทันทีที่วีซ่านักเรียนได้รับการอนุมัติ ให้คุณรีบดำเนินการจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงตั๋วราคาแพงช่วงใกล้เปิดเทอม พร้อมทั้งติดต่อจองหอพักของมหาวิทยาลัยหรืออพาร์ตเมนต์เอกชนและเข้าสู่ขั้นตอนการเตรียมของไปเรียนต่างประเทศ เช่น การจัดเตรียมยาสามัญประจำบ้าน เอกสารสำคัญ เสื้อผ้าที่เหมาะกับสภาพอากาศ และแลกเงินสดสกุลท้องถิ่นติดตัวไว้ เพื่อให้คุณพร้อมออกเดินทางไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
เช็กลิสต์เตรียมของไปเรียนต่างประเทศ ไอเทมไหนจำเป็นต้องพกไปบ้าง?
เมื่อจัดการเรื่องเอกสารและงบประมาณเรียบร้อยแล้ว อีกหนึ่งขั้นตอนที่สร้างความปวดหัวให้กับหลายๆ คนก็คือการจัดกระเป๋าเดินทาง การเตรียมของที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงๆ จะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้มาก แถมยังลดภาระค่าน้ำหนักกระเป๋าเกินอีกด้วย สำหรับสิ่งของจำเป็นที่ควรเตรียมไป มีดังนี้
1. เอกสารสำคัญและของมีค่า
สำหรับเอกสารทุกอย่างที่ใช้ในการเดินทางและเข้าเมืองจะต้องใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ที่พกติดตัวขึ้นเครื่องเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน, เอกสารวีซ่านักเรียน, ใบตอบรับจากมหาวิทยาลัย (COE / CAS), เอกสารประกันสุขภาพ, ใบรับรองผลการเรียนฉบับจริง, ใบรับรองการฉีดวัคซีน, บัตร Travel Card สำหรับใช้จ่ายในช่วงสัปดาห์แรก รวมถึงเงินสดสกุลท้องถิ่นจำนวนหนึ่งด้วย
2. ยาสามัญประจำบ้านและยาโรคประจำตัว
ต้องเข้าใจก่อนว่า ระบบสาธารณสุขและร้านขายยาในต่างประเทศส่วนใหญ่ค่อนข้างเคร่งครัดในเรื่องของการจ่ายยา โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะบางประเภทที่ไม่สามารถเดินเข้าไปซื้อได้เองเหมือนเมืองไทย ถ้าจะซื้อจะต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น ดังนั้นคุณควรเตรียมยาสามัญประจำบ้านไปให้เพียงพอ ทั้งยาพาราเซตามอล, ยาแก้แพ้, ยาลดน้ำมูก, ยาแก้ท้องเสีย, ยาแก้อักเสบ และพลาสเตอร์ยา ส่วนใครที่มีโรคประจำตัว อย่าลืมนำยาเหล่านั้นติดตัวไปให้ครอบคลุมตลอดระยะเวลาเรียน พร้อมขอใบรับรองแพทย์ฉบับภาษาอังกฤษ เพื่อยื่นต่อด่านศุลกากรตอนเข้าเมืองด้วย
3. เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่เหมาะกับสภาพอากาศ
หนึ่งในสิ่งของที่คนไทยส่วนใหญ่พลาดกันก็คือการขนเสื้อกันหนาวจากไทยไปเยอะเกินไป ในความเป็นจริงแล้ว เสื้อกันหนาวแฟชั่นจากไทยจะกันหนาวไม่ได้เลยเมื่อเจออากาศหนาวจัดในต่างแดน แนะนำให้พกเสื้อโค้ทตัวหนาหรือเสื้อขนเป็ดที่อุ่นจริงๆ ติดไปเพียง 1-2 ตัว ส่วนที่เหลือค่อยไปหาซื้อที่ประเทศปลายทางซึ่งจะตรงกับสภาพอากาศมากกว่า สิ่งที่ควรเน้นจากไทยคือชุดนักศึกษาหรือชุดสูทสากลสำหรับใส่ออกงานทางการ, เสื้อผ้าใส่สบายช่วงหน้าร้อน และชุดชั้นเงินหรือลองจอนที่ช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายได้จริงๆ
4. อุปกรณ์ไอทีและหัวแปลงปลั๊กไฟ
สำหรับไอเทมที่ขาดไม่ได้ในการเรียนต่างประเทศจะเป็นโน้ตบุ๊กและสมาร์ทโฟน ก่อนอื่นอย่าลืมตรวจสอบล่วงหน้าก่อนว่ารูปแบบปลั๊กไฟของประเทศปลายทางเหมือนของประเทศไทยหรือไม่ ทั้งนี้เราขอแนะนำให้พก Universal Adapter ติดกระเป๋าไปอย่างน้อย 1-2 อัน พร้อมปลั๊กสามตามาตรฐานไทย เพื่อให้พ่วงชาร์จอุปกรณ์ทุกชิ้นได้พร้อมกันตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้า รวมถึง Power Bank ที่มีความจุตรงตามมาตรฐานการบินกำหนด
5. ของใช้ส่วนตัวและเสบียงอาหารไทย
แม้ว่าแชมพู ยาสีฟัน หรือครีมอาบน้ำจะเป็นสิ่งของที่หาซื้อได้ง่าย แต่การพกสิ่งของเหล่านั้นในขนาดพกพาติดไปประมาณหนึ่งจะช่วยให้คุณมีใช้ในช่วง 2-3 วันแรกโดยไม่ต้องรีบวิ่งไปซูเปอร์มาร์เก็ตเลย และสำหรับใครที่ติดรสชาติอาหารไทย การพกเครื่องแกงสำเร็จรูปชนิดผง, น้ำพริกแห้ง หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสโปรดติดกระเป๋าไปบ้าง จะช่วยประหยัดค่าอาหารและแก้อาการคิดถึงอาหารบ้านเกิดในช่วงที่ยังปรับตัวกับอาหารท้องถิ่นไม่ได้ ทั้งนี้อย่าลืมเช็กกฎหมายศุลกากรของประเทศนั้นๆ ด้วยว่าห้ามนำเข้าส่วนผสมประเภทใดบ้าง เช่น บางประเทศห้ามนำอาหารที่มีส่วนประกอบของหมูหรือไข่เข้าประเทศ
มีข้อควรระวังอย่างไรในการเตรียมตัวเรียนต่อ
แม้ว่าขั้นตอนการสมัครเรียนและการจัดกระเป๋าจะมีแบบแผนที่ชัดเจน แต่การรู้ข้อควรระวังก่อนออกเดินทาง จะช่วยลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดร้ายแรงที่อาจทำให้การเรียนต่อสะดุดลง สำหรับเรื่องสำคัญที่คุณต้องเช็กให้ชัวร์มีดังนี้
1. ระวังเรื่องเดดไลน์และระยะเวลาการพิจารณาวีซ่า
หลายคนอาจชะล่าใจจนเผื่อเวลามากเกินไป แต่ในความเป็นจริงแล้วมหาวิทยาลัยและสถานทูตแต่ละประเทศมีกำหนดการเปิด-ปิดรับสมัครที่ชัดเจนและเคร่งครัดมาก การส่งเอกสารช้าเพียงแค่วันเดียวอาจทำให้คุณต้องรอรอบเปิดเทอมถัดไปทันที และอาจต้องรอนานถึงครึ่งปีหรือหนึ่งปี นอกจากนี้ ระยะเวลาในการอนุมัติวีซ่านักเรียนของบางประเทศในช่วง High Season (ช่วงใกล้เปิดเทอม) อาจใช้เวลานานกว่าปกติเป็นเท่าตัว ดังนั้นคุณควรยื่นเอกสารทุกอย่างล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ จะดีที่สุด
2. ระวังการตกเป็นเหยื่อของเอเจนซี่เถื่อนหรือมิจฉาชีพ
การเลือกตัวแทนหรือเอเจนซี่เรียนต่อต่างประเทศเพื่อช่วยประสานงานเรื่องการเรียนต่อ ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเอเจนซี่อย่างละเอียด ระวังเอเจนซี่ที่ไม่มีตัวตนจริง ไม่มีใบอนุญาต หรือมีการันตีผลลัพธ์ที่เว่อร์เกินจริง เช่น รับประกันวีซ่าผ่าน 100%, ไม่ต้องมีคะแนนภาษาก็เข้าเรียนมหาวิทยาลัยท็อปได้ รวมถึงการเรียกเก็บค่าดำเนินการที่แพงเกินกว่ามาตรฐาน ทั้งนี้เราขอแนะนำให้เลือกเอเจนซี่ที่เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยนั้นๆ และมีรีวิวจากรุ่นพี่ที่เคยไปเรียนจริงจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกคณะและมหาวิทยาลัยที่ตอบโจทย์คุณจริงๆ
3. ระวังเรื่องหลักฐานทางการเงินไม่ผ่านเกณฑ์
สิ่งที่สถานทูตให้ความสำคัญมากที่สุดคือความพร้อมทางการเงิน แต่ละประเทศมีกฎเกณฑ์เรื่องเงินในบัญชีที่ไม่เหมือนกัน บางประเทศกำหนดว่าเงินต้องนอนนิ่งอยู่ในบัญชีอย่างน้อย 28 วัน หรือ 3-6 เดือนก่อนวันยื่นวีซ่า หากคุณเพิ่งโอนเงินก้อนใหญ่ไว้ในบัญชีก่อนยื่นเพียงไม่กี่วัน หรือที่มาของแหล่งเงินไม่ชัดเจน สถานทูตอาจมองว่าเป็นการโยกย้ายเงินชั่วคราวเพื่อแต่งตัวเลข ซึ่งมีโอกาสสูงมากที่จะโดนปฏิเสธวีซ่าไปอย่างน่าเสียดาย
4. ระวังการโดนโกงค่าที่พักและสัญญารับมือเช่า
การหาที่พักออนไลน์จากประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเจอมิจฉาชีพ แนะนำว่าห้ามโอนเงินค่ามัดจำเต็มจำนวนให้กับบุคคลธรรมดาหรือเอเจนซี่ที่ไม่น่าเชื่อถือเด็ดขาด หากรูปถ่ายห้องพักดูสวยหรูแต่ราคาถูกกว่าท้องตลาดจนดูผิดปกติ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงยอมจ่ายแพงกว่าเล็กน้อยเพื่อที่จะได้อยู่อาศัยในหอพักของมหาวิทยาลัย หรือเลือกจองผ่านแพลตฟอร์มจัดหาที่พักนักเรียนต่างชาติที่เป็นสากลและมีระบบคุ้มครองเงินมัดจำ
5. ระวังเงื่อนไขและข้อจำกัดของวีซ่านักเรียน
วีซ่านักเรียนมาพร้อมกับสิทธิ์และหน้าที่ที่คุณต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ อย่างเคร่งครัด เช่น บางประเทศอนุญาตให้ทำงานพาร์ทไทม์ได้ไม่เกิน 20-24 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ บางประเทศบังคับว่าคุณต้องมีสถิติการเข้าเรียนไม่ต่ำกว่า 80-90% หากคุณละเลยข้อกำหนดเหล่านี้ ทำงานเกินเวลา หรือโดดเรียนบ่อยจนมหาวิทยาลัยรายงานต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง วีซ่าของคุณอาจถูกยกเลิกและถูกส่งกลับประเทศทันที ซึ่งจะส่งผลเสียร้ายแรงต่อประวัติการเดินทางในอนาคต
สุดท้ายนี้ การเตรียมตัวเรียนต่อต่างประเทศให้ดีที่สุด ไม่ใช่แค่การทำตามเช็กลิสต์ทุกขั้นตอน หรือการจัดกระเป๋าให้พร้อมเท่านั้น แต่จะต้องเตรียมใจให้มีสติและยืดหยุ่นกับทุกสถานการณ์เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เพราะชีวิตในต่างแดนคือการก้าวออกจากเซฟโซนไปเจอกับความท้าทายใหม่ๆ ในทุกๆ วัน BangkokSuccess เชื่อว่า หากคุณมีการวางแผนที่เป็นระบบและเตรียมตัวมาอย่างรัดกุม เส้นทางการเรียนต่อครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญที่ขับเคลื่อนคุณไปสู่ความสำเร็จในอนาคตได้อย่างแน่นอน