สำหรับใครที่มีแพลนเตรียมตัวเรียนต่อต่างประเทศหรืออยากไปทํางานต่างประเทศแบบเร่งด่วน และกำลังมองหาคอร์สเรียนภาษาอังกฤษเพื่ออัปเกรดทักษะให้ทันลุยสนามจริง อาจสงสัยว่าถ้าต้องเลือกระหว่างคอร์สเรียนภาษาอังกฤษตัวต่อตัวกับคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ แบบไหนจะคุ้มค่าและตอบโจทย์คุณได้ดีที่สุด บทความนี้เรามีข้อมูลที่น่าสนใจมาให้คุณลองเปรียบเทียบกันดูครับ
เจาะลึกรายละเอียดเกี่ยวกับคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ ทั้งแบบตัวต่อตัวและแบบออนไลน์
การเรียนคอร์สเรียนภาษาอังกฤษในปัจจุบันไม่ได้จำกัดแค่การเรียนกับผู้สอนตัวเป็น ๆ เพียงอย่างเดียว เนื่องจากผู้เรียนแต่ละคนมีความสะดวกไม่เหมือนกัน บางคนอาจมีเวลาหลังเลิกงานเพียงหนึ่งชั่วโมง บางคนอาจไม่สะดวกเดินทางไปเรียนตามโรงเรียนกวดวิชาชั้นนำ ทำให้สถาบันสอนภาษาหลายแห่งต้องปรับการเรียนคอร์สภาษาอังกฤษให้เป็นรูปแบบออนไลน์มากขึ้น สำหรับรายละเอียดของการเรียนคอร์สทั้งสองแบบมีดังนี้
1. คอร์สเรียนภาษาอังกฤษแบบตัวต่อตัว
เป็นคอร์สเรียนรูปแบบสดที่เน้นการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนและผู้สอนโดยเฉพาะ เนื้อหาและการดำเนินบทเรียนจะถูกออกแบบตามระดับทักษะ เป้าหมาย และจุดอ่อนของผู้เรียนแต่ละคน มีทั้งแบบติวเข้มทักษะเฉพาะทาง การเตรียมตัวสอบวัดระดับ หรือการฝึกทักษะการสื่อสารเพื่อนำไปใช้งานจริง
เนื่องจากเป็นการเรียนแบบตัวต่อตัว ผู้สอนสามารถสังเกตเห็นการใช้ภาษา ท่าทาง การเว้นวรรคหายใจ เช็กความถูกต้องของการออกเสียง ไวยากรณ์ และการเลือกใช้คำศัพท์ของผู้เรียนได้แบบเรียลไทม์ จึงช่วยแก้ไขจุดผิดพลาดและเสริมจุดแข็งได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ บรรยากาศการเรียนที่เป็นส่วนตัวยังช่วยลดความเกร็ง ประหม่า และช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้เรียนกล้าพูดภาษาอังกฤษได้ไวขึ้นอีกด้วย
2. คอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์
เป็นคอร์สเรียนที่อาศัยเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารระหว่างผู้สอนและผู้เรียน มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้งการเรียนสดผ่านวิดีโอคอล คอร์สวิดีโอสำเร็จรูปที่เปิดดูย้อนหลังได้ตลอดเวลา ไปจนถึงการเรียนผ่านแอปพลิเคชันที่มีระบบประมวลผลการเรียนรู้เฉพาะบุคคล
จุดเด่นของการเรียนรูปแบบนี้อยู่ที่ความยืดหยุ่นและการเข้าถึงง่าย ผู้เรียนสามารถจัดการตารางชีวิต ตารางงาน หรือวางแผนการเรียนได้ด้วยตัวเอง แถมยังเลือกเรียนจากที่ไหนก็ได้ เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนสักเครื่อง นอกจากนี้ บทเรียนออนไลน์ส่วนใหญ่ยังถูกออกแบบมาให้ผู้เรียนกดฟังซ้ำหรือย้อนกลับไปเก็บรายละเอียดในหัวข้อที่ไม่เข้าใจได้ ทำให้การเรียนแบบนี้ค่อนข้างผ่อนคลาย ปราศจากแรงกดดัน
คอร์สเรียนภาษาอังกฤษตัวต่อตัวกับแบบออนไลน์ ต่างกันอย่างไร
เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดเจนขึ้น เราได้ทำตารางเปรียบเทียบคอร์สเรียนทั้ง 2 แบบ ซึ่งจะช่วยให้คุณพิจารณารายละเอียดต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วนมากขึ้น
| หัวข้อ | คอร์สเรียนภาษาอังกฤษตัวต่อตัว | คอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ |
| รูปแบบการเรียน | เรียนสดเจอกันตัวเป็น ๆ หรือเรียนสดผ่านวิดีโอคอลแบบ 1 ต่อ 1 | เรียนผ่านวิดีโอคอล คอร์สเรียนออนไลน์ที่มีคลิปสำเร็จรูป หรือแอปพลิเคชัน |
| ความยืดหยุ่น | เวลาและสถานที่ถูกล็อกไว้ตามนัดหมาย เลื่อนวันเรียนยาก | ความยืดหยุ่นสูงมาก เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา จัดเวลาเรียนเองตามความสะดวก |
| การฝึกโต้ตอบ | โต้ตอบแบบเรียลไทม์ 100% ครูช่วยแก้การออกเสียงและจุดผิดได้ทันที | โต้ตอบจำกัด (กรณีเรียนคลิป) หรือโต้ตอบผ่านหน้าจอ (กรณีเรียนสดออนไลน์) |
| ระดับวินัยที่ต้องมี | ปานกลาง เพราะมีครูผู้สอนคอยกระตุ้นและคุมจังหวะการเรียน | สูงมาก เพราะไม่มีคนมาคอยตาม ต้องจัดการเวลาเรียนด้วยตัวเอง |
| ราคาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม | ค่าเรียนสูงกว่า และอาจมีค่าเดินทางหรือค่าอาหารเพิ่มเติมเมื่อออกไปเรียนข้างนอก | ค่าเรียนเข้าถึงง่ายกว่า ประหยัดเวลาและค่าเดินทาง |
| กลุ่มคนที่เหมาะสม | ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์เร่งด่วน ประหม่าเวลาพูด หรือต้องการแก้จุดอ่อนที่มี | ผู้ที่มีเวลาว่างไม่แน่นอน ชอบการเรียนรู้ด้วยตัวเอง หรืออยากประหยัดงบ |
4 ปัจจัยในการเลือกคอร์สเรียนภาษาอังกฤษให้เหมาะกับตัวเอง
สำหรับใครที่ยังนึกไม่ออกว่าจะเลือกคอร์สแบบไหนดี วันนี้เรามี 4 ปัจจัยที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
1. เช็กเป้าหมายและเส้นตาย
เริ่มจากถามตัวเองก่อนว่าอยากเรียนไปทำอะไร ต้องใช้เมื่อไหร่ เช่น ถ้าวางแผนจะไปทำงานพาร์ทไทม์ต่างประเทศในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า ควรเลือกคอร์สเข้มข้นที่เน้นฝึกฟัง-พูดในสถานการณ์จริง แต่ถ้าแค่อยากเตรียมตัวไว้แนะนําตัวตอนสัมภาษณ์งาน ก็เลือกคอร์สสั้น ๆ ที่เน้นเก็งประโยคตอบคำถามของ HR ก็พอ
2. สแกนงบประมาณในกระเป๋า
ต่อมาให้คุณประเมินงบที่มั่นใจว่าจ่ายไหว โดยเฉพาะคนที่มีเป้าหมายว่าอยากไปเรียนต่อ ควรเลือกคอร์สที่มีราคาเหมาะสม เพื่อเซฟไม่ให้บานปลายไปกระทบกับค่าใช้จ่ายเรียนต่อต่างประเทศในส่วนอื่น ๆ ด้วย เช่น ค่าเทอม ค่าวีซ่า ค่าครองชีพ หรือค่าเอเจนซี่เรียนต่อต่างประเทศ
3. ประเมินวินัยของตัวเอง
ลองประเมินตัวเองดูว่าจัดการเวลาได้ดีแค่ไหน ถ้าคุณเป็นคนมีวินัยสูงอยู่แล้ว การเลือกเรียนออนไลน์จะช่วยให้คุณบริหารเวลาได้อย่างอิสระ แต่ถ้าเป็นคนผลัดวันประกันพรุ่งหรือไม่ค่อยมีแรงจูงใจสักเท่าไหร่ การเลือกเรียนแบบตัวต่อตัวที่มีครูคอยกระตุ้นและกำหนดเวลาเรียนที่แน่นอน จะช่วยบังคับให้คุณเข้าเรียนได้ต่อเนื่องและเห็นผลดีกว่า
4. เช็กคอร์สตัวอย่างก่อน
เราขอแนะนำให้เช็กจากคอร์สเรียนภาษาอังกฤษฟรีว่าเรียนแล้วเป็นอย่างไร เข้าใจง่ายไหม น่าเบื่อหรือเปล่า เพราะคลิปตัวอย่างหรือตัวอย่างทดลองเรียนฟรีจะช่วยให้เห็นสไตล์การสอนของครู เนื้อหาที่ใช้ รวมถึงจังหวะการนำเสนอจริง เพื่อให้คุณประเมินได้ว่ารูปแบบนี้คลิกกับไลฟ์สไตล์และวิธีการเรียนรู้ของคุณหรือไม่ ก่อนตัดสินใจควักเงินจ่ายจริงเพื่อซื้อคอร์สฉบับเต็ม
มีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษฟรีไหม คอร์สไหนน่าสนใจบ้าง?
สำหรับใครที่กำลังมองหาคอร์สเรียนภาษาอังกฤษฟรี วันนี้เรามีคอร์สที่น่าสนใจทั้งในไทยและต่างประเทศมาให้เลือกตามเป้าหมายของการสื่อสารของคุณ โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่
1. เน้นใช้ทำงานและสมัครงาน (พร้อม Certificate)
- English for Career Development: เป็นคอร์สเรียนภาษาอังกฤษวัยทํางานจาก University of Pennsylvania ที่สอนเขียน Resume, Cover Letter และฝึกทักษะการสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ โดยคุณสามารถเลือกเข้าเรียนวิดีโอฟรีโดยเลือกแบบ Audit ได้เลย
- Online Professional English Network (OPEN): เป็นหลักสูตรฟรีจากรัฐบาลสหรัฐฯ ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ ที่เน้นพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเชิงวิชาการและการทำงานในสายอาชีพต่าง ๆ เรียนจบรับ Digital Certificate ฟรีทันที
2. เน้นสื่อสารในชีวิตประจำวัน
- Communicative English for Presentation (CHULA MOOC): เป็นคอร์สเรียนภาษาอังกฤษจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เน้นฝึกทักษะการพูดนำเสนอและการอธิบายข้อมูลภาษาอังกฤษตามโครงสร้างภาษาจริง ๆ เหมาะสำหรับคนทำงานที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจในการสื่อสาร แถมเรียนจบแล้วยังได้รับเกียรติบัตรฟรีด้วย
- English for Business Communication (TU MOOC): เป็นคอร์สเรียนภาษาอังกฤษจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เน้นสอนเทคนิคการสื่อสารในองค์กรและการเขียนอีเมลเชิงธุรกิจอย่างเป็นทางการ ช่วยอัปเกรดทักษะภาษาอังกฤษแบบมืออาชีพ
3. เน้นฝึกฟัง-พูด และเรียนรู้ตามจังหวะตัวเอง
- BBC Learning English: เป็นแพลตฟอร์มเรียนภาษาอังกฤษฟรีจากสำนักข่าว BBC ที่มีฟีเจอร์ 6 Minute English ช่วยให้คุณได้เก็บคำศัพท์ สำนวนใช้งานจริง และฝึกฟังสำเนียงเจ้าของภาษาผ่านบทเรียนสั้น ๆ ได้ทุกวัน
- Understanding IELTS (FutureLearn x British Council): เป็นคอร์สเตรียมสอบ IELTS จาก British Council ที่สรุปเทคนิคครบทั้ง 4 ทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน เหมาะสำหรับคนที่เตรียมตัวเรียนต่อต่างประเทศ สามารถเลือกเข้าเรียนฟรีตามรอบที่เปิดสอนได้เลย
คอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่คอร์สที่แพงที่สุดหรือมีคนเรียนเยอะที่สุด แต่ต้องเป็นคอร์สที่ตอบโจทย์เป้าหมาย งบประมาณ และไลฟ์สไตล์การเรียนรู้ของคุณมากที่สุด ไม่ว่าจะเลือกเรียนแบบตัวต่อหรือแบบออนไลน์ก็ตาม คุณควรใช้เวลาศึกษารายละเอียด ทดลองเรียน และประเมินความพร้อมของตัวเองก่อนตัดสินใจลงเรียนเสมอ เพื่อให้การลงทุนกับคอร์สเรียนภาษาอังกฤษได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าตามที่ตั้งใจไว้