แนะนําแอปเรียนภาษาอังกฤษฟรี ฝึกพูด อ่าน เขียน เรียนง่ายกว่าที่คิด

แนะนําแอปเรียนภาษาอังกฤษฟรี ฝึกพูด อ่าน เขียน เรียนง่ายกว่าที่คิด

with No Comments

ทุกวันนี้การเรียนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องง่ายกว่าที่คิด ไม่ว่าใครก็เข้าถึงการเรียนได้ผ่านแอปเรียนภาษาอังกฤษที่มีให้เลือกมากมาย ทั้งแบบฟรีและเสียเงิน แต่ในปัจจุบันก็มีแอปให้เลือกเยอะมากจนคุณอาจสงสัยว่าจะลองเรียนแอปไหนดี วันนี้เราได้คัดแอปเรียนภาษาอังกฤษฟรีที่น่าสนใจมาให้มือใหม่ลองใช้งานกันดู

ทำไมต้องเริ่มจากแอปเรียนภาษาอังกฤษฟรีก่อน?

สมัยก่อนเวลาเราจะเรียนภาษาต่างประเทศสักคอร์ส เราไม่มีทางรู้เลยว่าครูคนนั้นสอนดีไหม คอร์สนั้นเหมาะกับเราจริง ๆ หรือเปล่า จนกว่าจะจ่ายเงินเข้าไปนั่งเรียนจริง ๆ ซึ่งในหลาย ๆ ครั้งก็พบว่าบรรยากาศการเรียนมันดูเกร็งและกดดันไปหมด รู้ตัวอีกทีก็หมดกำลังใจไม่อยากเรียนแล้ว แตกต่างจากการเรียนในแอปเรียนภาษาอังกฤษฟรีที่คุณสามารถเริ่มเรียนตอนไหนก็ได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาดุหรือกดดัน ถ้าลองแล้วรู้สึกไม่ใช่ ไม่ชอบ ก็แค่เปลี่ยนไปลองแอปอื่นโดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท

ถ้ามองตามหลักจิตวิทยาการเรียนรู้ของมนุษย์ โดยอ้างอิงจากทฤษฎี Affective Filter Hypothesis ของ Stephen Krashen แล้ว การสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัย คือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้มนุษย์เปิดใจเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ ลองนึกถึงเด็กที่เพิ่งหัดกินข้าวเป็นครั้งแรก ถ้าเราบังคับให้เด็กจับช้อนส้อมทันที เขาจะรู้สึกว่ามันยาก ทรมาน และปฏิเสธการกินไปเลย แต่ถ้าเราปล่อยให้เด็กใช้มือหยิบอาหารเข้าปากเองก่อน เด็กจะสนุกและคุ้นเคยกับอาหารได้ง่ายกว่า เช่นเดียวกับการเรียนภาษาอังกฤษ การเริ่มจากแอปฟรีที่ใช้งานง่าย ไม่มีแรงกดดัน จะช่วยลดเกราะป้องกันในใจ ทำให้สมองรู้สึกปลอดภัยและพร้อมเปิดรับ พอทุกอย่างเริ่มจากความง่าย การเรียนรู้ภาษาอังกฤษก็จะไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป

แนะนําแอปเรียนภาษาอังกฤษที่น่าสนใจทั้ง 5 แอป

สำหรับใครที่กำลังมองหาแอปฝึกพูดภาษาอังกฤษฟรี ที่ทั้งสนุก ใช้งานง่าย และช่วยพัฒนาทักษะได้จริง วันนี้เรามีแอปที่น่าสนใจมาแนะนำทั้งหมด 5 แอป รับรองว่าถูกใจมือใหม่แน่นอน

1. Duolingo

เริ่มต้นกันด้วยแอปสอนภาษาอังกฤษฟรีระดับตำนานอย่าง Duolingo ที่ถูกพูดถึงในฐานะมีม Evil Duolingo Owl ที่ชอบส่งการแจ้งเตือนมาข่มขู่แกมบังคับให้เราเข้าเรียนทุกวันจนกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ต แต่เบื้องหลังความปั่นนั้น Duolingo ถือเป็นหนึ่งในแอปเรียนภาษาที่ออกแบบมาได้ตอบโจทย์มือใหม่มาก ๆ

จุดเด่นของแอปนี้คือการเปลี่ยนการเรียนภาษาให้กลายเป็นเกมสนุกๆ ด้วยภาพอินเทอร์เฟซและตัวการ์ตูนสุดแสนจะน่ารัก เนื้อหาในบทเรียนจะแบ่งเป็นด่านสั้น ๆ ให้ผู้เรียนทำภารกิจผ่านไปทีละนิด ๆ มีระบบสะสมคะแนนและการเก็บแรงค์จัดอันดับแข่งกับผู้ใช้ทั่วโลก ถึงแม้ว่านกฮูกเขียวจะคอยส่ง Notification มาตื๊อจนแอบเกร็ง ๆ อยู่บ้าง แต่ก็ถือเป็นกิมมิคน่ารัก ๆ ที่ชวนให้เรากดเข้าไปเรียน เพราะรู้สึกว่าแวะเข้าไปทำภารกิจแค่แป๊บเดียวเอง เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นความชินที่ทำให้เราเข้าแอปทุกวันไปโดยไม่รู้ตัว

2. Cake

ต่อกันด้วย Cake แอปเรียนภาษาอังกฤษเริ่มต้นที่สายดูซีรีส์หรือชอบท่องโลกโซเชียลต้องหลงรักแน่นอน เพราะแอปนี้ถอดแบบการเรียนภาษาอังกฤษจากคลิปวิดีโอสั้น ๆ ทั้งฉากในภาพยนตร์ รายการทีวี หรือคอนเทนต์จากยูทูปเบอร์ชื่อดัง ทำให้เราได้เห็นคำศัพท์และประโยคฮิตที่เจ้าของภาษาใช้พูดกันจริง ๆ ไม่ใช่ภาษาอังกฤษจากหนังสือเรียนที่ดูเป็นทางการจนเกินไป

จุดเด่นสำคัญของ Cake คือฟีเจอร์การฝึกพูดตามคลิปวิดีโอแบบประโยคต่อประโยค โดยมีเทคโนโลยี AI คอยตรวจจับเสียงและวิเคราะห์การออกเสียงของเราอย่างละเอียดว่า คำไหนพูดชัดแล้ว คำไหนที่สำเนียงยังแปร่ง ๆ ต้องปรับอีกนิด ที่สำคัญคือเราสามารถกดฟังซ้ำได้เพื่อลองปรับความเร็วเสียง ฝึกออกเสียงวนไปได้เรื่อย ๆ หรือจะดึงประโยคฮิต ๆ ไว้ใช้แนะนําตัวตอนสัมภาษณ์งาน ก็ทำได้สบาย ๆ ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนใครจับผิดไหม ถือเป็นแอปที่ช่วยเปลี่ยนการฝึกภาษาให้กลายเป็นเรื่องสนุกได้ เหมือนเรากำลังนั่งดูคลิปตลก ๆ ในโซเชียลอยู่เลย

3. HelloTalk

สำหรับใครที่ลองฝึกฝนกับสองแอปแรกไปแล้วร้อนวิชา อยากเปลี่ยนจากการฝึกกับ AI มาลองลงสนามจริง HelloTalk คือคำตอบที่ใช่ที่สุดสำหรับคุณ เพราะนี่คือคอมมูนิตี้แลกเปลี่ยนภาษาขนาดใหญ่ที่เปิดโอกาสให้เราได้พูดคุยกับเจ้าของภาษาจากทั่วโลกจริง ๆ

จุดเด่นของแอปนี้คือแนวคิดแบบ Give & Take คุณจะได้ฝึกภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติที่ต้องการเรียนภาษาไทยไปพร้อม ๆ กัน ทำให้บรรยากาศการคุยเต็มไปด้วยความเข้าใจกัน ไม่ต้องกลัวว่าจะพูดผิดหรือโดนหัวเราะใส่ เพราะทุกคนเข้ามาเพื่อเรียนรู้เหมือนกัน แถมตัวแอปยังมีเครื่องมือช่วยแปลภาษา ระบบแก้ไขประโยค และฟีเจอร์ส่งข้อความเสียงให้เราได้ฝึกฟังและฝึกพูดอย่างเป็นธรรมชาติ

4. BBC Learning English

หากใครเริ่มมั่นใจและอยากยกระดับภาษาอังกฤษให้เป๊ะกว่าเดิม BBC Learning English ถือเป็นแอปฝึกภาษาอังกฤษฟรีชั้นดีที่ส่งตรงจากค่ายสื่อระดับโลกอย่าง BBC แอปนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากฝึกฟังสำเนียงมาตรฐานและอยากเรียนรู้ประโยคที่นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงคนที่มีแพลนเตรียมตัวเรียนต่อต่างประเทศที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษสำหรับการทำงานหรือติดตามข่าวสารรอบโลกด้วย

เสน่ห์ของแอปนี้อยู่ตรงที่เขาไม่ต้องมานั่งสอนไวยากรณ์แห้ง ๆ แต่เลือกหยิบเรื่องราวในชีวิตประจำวันและข่าวสารโลกมาเล่าผ่านรายการสั้น ๆ ย่อยง่าย เช่น 6 Minute English ที่ใช้เวลาฟังแค่จิบกาแฟหมดแก้ว, The English We Speak ที่คอยอัปเดตสแลงฮิต ๆ ของฝรั่ง หรือ News Review ที่พาไปแกะคำศัพท์จากหัวข้อข่าวจริง ความเจ๋งคือทุกคลิปจะมีสคริปต์วิ่งให้เราอ่านตามแบบคำต่อคำ พร้อมตารางสรุปศัพท์และควิซสั้น ๆ ปิดท้าย เหมาะสำหรับคนที่อยากซึมซับภาษาอังกฤษเชิงลึกและพัฒนาทักษะการฟังได้ชัวร์แบบไม่ต้องพึ่งซับไทยเลย

5. ELSA Speak

ปิดท้ายด้วยแอป ELSA Speak ที่จะมาช่วยแก้ Pain Point ใหญ่ที่สุดของคนไทยอย่างความกลัวเรื่องการออกเสียง เพราะแอปนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวด้านการพูดโดยเฉพาะ สิ่งที่ทำให้แอปนี้โดดเด่นไม่แพ้ใครคือ การนำเทคโนโลยี AI มาวิเคราะห์เสียงพูดของเราแบบเรียลไทม์ เวลาที่เรากดอ่านประโยคตาม ระบบไม่ได้แค่บอกว่า “ผ่าน” หรือ “ไม่ผ่าน” แต่จะชี้ชัดลงไปถึงระดับตัวอักษรเลยว่าเราออกเสียงพยัญชนะ สระ หรือเน้นเสียงหนัก-เบา ตรงจุดไหนผิดไปบ้าง พร้อมแถบสีแจ้งระดับความแม่นยำให้เห็นชัด ๆ ตอบโจทย์สำหรับคนที่อยากไปทํางานต่างประเทศแล้วอยากลบความเกร็งเรื่องการพูด พร้อมปรับสำเนียงให้เป็นธรรมชาติมากขึ้น

วิธีเลือกแอปเรียนภาษาอังกฤษฟรีสำหรับมือใหม่

ถ้าโหลดแอปมาดองไว้เต็มเครื่องแล้วไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ลองใช้ 4 ข้อนี้ช่วยกรองดูครับ จะได้ไม่เสียเวลาลองผิดลองถูกอีกต่อไป

  • เช็กตัวเองก่อนว่าอยากเน้นทักษะด้านไหน: ถ้าอยากลดความเกร็งเวลาพูดให้น้อยลง อยากฟังฝรั่งให้ทัน หรืออยากเก็บคำศัพท์ไปลองใช้ ให้เลือกแอปที่เด่นเรื่องนั้นโดยเฉพาะจะเห็นผลไวที่สุด
  • ดูความพร้อมเรื่องเวลา: ถ้ามีเวลาว่างแค่ช่วงระหว่างเดินทางหรือตอนพักเที่ยง ให้มองหาแอปที่ย่อยบทเรียนสั้น ๆ จบไวในเวลา 5-10 นาที จะช่วยให้เราเข้าเรียนได้สม่ำเสมอกว่า
  • ดูว่าชอบสไตล์การเรียนแบบไหน: ถ้าเป็นสายเล่นเกม ชอบสะสมแต้ม ต้องจัดแอปสาย Gamification แต่ถ้าชอบดูคลิป ดูซีรีส์ เน้นแอปที่ดึงคอนเทนต์จริงมาสอนจะสนุกกว่า
  • ทดลองใช้งานฟรีให้คุ้ม ก่อนกดจ่ายเงินจริง: ลองเล่นดูสัก 1 สัปดาห์ เพื่อเช็กว่าอินเทอร์เฟซสบายตาไหม จริตเข้ากับเราจริง ๆ หรือเปล่า ถ้าใช่ ค่อยลุยต่อยาว ๆ

แล้วแอปไหนเป็นแอปเรียนภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด?

สุดท้ายแล้วคงไม่มีคำตอบที่ตายตัวว่าแอปไหนดีที่สุด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสไตล์และเป้าหมายการเรียนรู้ของแต่ละคน ถ้าคุณเป็นมือใหม่ที่อยากสร้างวินัยแบบสนุก ๆ Duolingo ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ถ้าอยากเจาะลึกเรื่องการออกเสียงให้เป๊ะ ELSA Speak อาจจะตอบโจทย์กว่า หรือถ้าอยากฝึกเน้นการฟังสำเนียงมาตรฐาน BBC Learning English ถือว่ากินขาด ส่วนใครที่ชอบเรียนผ่านคลิปสื่อจริง Cake ก็เป็นทางเลือกแรก ๆ ที่ใครหลายคนนึกถึง แต่หากใครพร้อมลงสนามคุยกับคนต่างชาติจริง ๆ หรือเตรียมภาษาไว้สำหรับทำงานพาร์ทไทม์ต่างประเทศ HelloTalk คือคำตอบที่คุณตามหา แต่อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้คุณลองศึกษาและเข้าไปเรียนหลาย ๆ แอปดูก่อนจะดีที่สุด เพราะแอปส่วนใหญ่ที่คนนิยม อาจเป็นแอปที่ยุ่งยากสำหรับคุณก็ได้เช่นกัน

สิ่งหนึ่งที่เราอยากบอกให้คุณก่อนตัดสินใจเลือกแอปเรียนภาษาอังกฤษคือ การทุ่มเงินจ่ายคอร์สแพงๆ หรือสมัครแอปเรียนภาษาอังกฤษตัวท็อปที่ใครต่อใครว่าดี ไม่ได้การันตีว่าเราจะพูดภาษาอังกฤษเก่งขึ้นได้จริง ตราบใดที่แอปนั้นไม่เข้ากับจริต ไลฟ์สไตล์ หรือทำให้เรารู้สึกอยากหยิบขึ้นมาเปิดใช้ทุกวัน ทางที่ดีเราขอแนะนำให้ลองเปิดใจเรียนแอปฟรีหลาย ๆ แอป เพื่อให้เราได้ลองผิดลองถูกเรื่อย ๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเริ่มรู้สึกสนุกและหยิบมันขึ้นมาฝึกจนกลายเป็นความชินแล้ว ค่อยควักเงินจ่ายก็ยังไม่สายครับ

Follow BangkokSuccess Guide:

แชร์เรื่องราวการเรียนต่อต่างประเทศ​ การฝึกภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาตัวเอง เตรียมพร้อมสำหรับโอกาสใหม่ ๆ ที่กำลังเข้ามา