ทำงานพาร์ทไทม์ต่างประเทศดีไหม เงินเดือนเท่าไหร่ อาชีพไหนน่าสนใจบ้าง

ทำงานพาร์ทไทม์ต่างประเทศดีไหม เงินเดือนเท่าไหร่ อาชีพไหนน่าสนใจบ้าง

with No Comments

แม้ว่าเป้าหมายหลักในการไปเรียนต่อของใครหลายๆ คนจะเน้นเรื่องเรียน แต่การทำงานพาร์ทไทม์ต่างประเทศในช่วงระหว่างเรียนก็ถือเป็นตัวช่วยที่แบ่งเบาภาระค่าครองชีพรายเดือนได้พอสมควร อีกทั้งช่วยให้คุณมีประสบการณ์ใหม่ๆ และมั่นใจในตัวเองมากยิ่งขึ้น ซึ่งการเจียดเวลาว่างมาทำงานพิเศษนี้เอง นอกจากจะเซฟเงินในกระเป๋าแล้ว ยังช่วยเพิ่มทักษะภาษาและปูทางสู่งานประจำในอนาคตได้อีกด้วย แล้วมีงานไหนที่เด็กไทยทำแล้วบาลานซ์ชีวิตกับการเรียนได้ดีบ้าง BangkokSuccess สรุปข้อมูลที่น่าสนใจมาไว้ในบทความนี้แล้ว

ทำงานพาร์ทไทม์ต่างประเทศดีไหม?

สำหรับคำตอบนั้นขึ้นอยู่กับเป้าหมายและการจัดสรรเวลาของคุณเอง เพราะถ้าคุณต้องการทำงานเพื่อแบ่งเบาภาระค่ากินอยู่ ช่วยเซฟเงินครอบครัว และฝึกภาษาหน้างานไปในตัว การทำพาร์ทไทม์ถือว่าตอบโจทย์และคุ้มค่ามาก แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องไม่กระทบต่อผลการเรียนที่เป็นเป้าหมายหลัก และต้องปฏิบัติตามกฎหมายวีซ่านักเรียนของประเทศนั้นๆ อย่างเคร่งครัดด้วย หากคุณสามารถบริหารเวลาเรียนและการทำงานได้อย่างลงตัว การทำงานพาร์ทไทม์จะไม่ใช่แค่เรื่องของรายได้เพียงอย่างเดียว แต่จะรวมถึงการสร้างประสบการณ์ชีวิตนอกห้องเรียนที่คุ้มค่าแน่นอน

ในทางกลับกัน การทำงานพาร์ทไทม์อาจไม่เหมาะกับคุณ หากหลักสูตรที่เรียนมีความเข้มข้นสูง ต้องใช้เวลาอ่านหนังสือและทำรายงานวิจัยแทบทั้งหมด หรือหากคุณคาดหวังว่าจะเข้ามาทำงานเพื่อกอบโกยเงินก้อนใหญ่จนละเลยการเรียน นอกจากจะเสี่ยงต่อผลการเรียนที่ตกต่ำลงจนเสี่ยงที่จะเรียนไม่จบ การโหมงานหนักจนเกินชั่วโมงที่วีซ่านักเรียนกำหนด ยังเสี่ยงต่อการโดนเพิกถอนวีซ่าและถูกส่งกลับประเทศ ซึ่งจะเสียทั้งเงิน เสียเวลา และอนาคตทางการศึกษาไปอย่างน่าเสียดาย และยิ่งถ้าใครไม่ได้สอบชิงทุนไปต่างประเทศที่มีเบี้ยเลี้ยงให้ การจัดสรรเวลาทำงานตรงนี้อาจต้องระวังเป็นพิเศษ

ทำงานพาร์ทไทม์ต่างประเทศ มีอาชีพไหนน่าสนใจบ้าง?

สำหรับงานพาร์ทไทม์ที่น่าสนใจสำหรับนักเรียนต่างชาติที่สามารถทำควบคู่ไปกับการเรียนได้โดยไม่กระทบเวลาอ่านหนังสือ จะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลักๆ ตามทักษะและความถนัด ดังนี้

1. งานสายบริการและอาหาร

ถือเป็นงานพาร์ทไทม์ยอดนิยมอันดับหนึ่งสำหรับนักเรียนต่างชาติ เนื่องจากหางานง่าย สมัครง่าย และมีความยืดหยุ่นสูง สำหรับร้านอาหาร คาเฟ่ และโรงแรมส่วนใหญ่มักจะต้อนรับนักเรียนที่ต้องการเข้าทำงานตามตารางเรียนที่สะดวกอยู่แล้ว ข้อดีของงานสายนี้คือได้ฝึกทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษหน้างานจริงกับลูกค้า ได้เรียนรู้วิธีการทำงานเป็นทีม และหลายๆ แห่งยังมีสวัสดิการอาหารมื้อฟรีระหว่างกะ ซึ่งช่วยเซฟค่ากินอยู่รายเดือนไปได้เยอะมากๆ สำหรับงานสายบริการและอาหาร ได้แก่

  • พนักงานเสิร์ฟและพนักงานต้อนรับ: ทำหน้าที่รับออเดอร์ เสิร์ฟอาหาร และดูแลความเรียบร้อยในร้าน เป็นงานที่ได้ฝึกภาษาเต็มๆ และในหลายประเทศยังมีโอกาสได้เงินพิเศษจากค่าทิปนอกเหนือจากค่าแรงขั้นต่ำอีกด้วย
  • บาริสต้า: งานยอดฮิตสำหรับคนที่ชอบกลิ่นอายคาเฟ่ ทำหน้าที่ชงกาแฟและเครื่องดื่ม ซึ่งหากคุณมีทักษะการทำลาเต้อาร์ตหรือผ่านการอบรมชงกาแฟมาจากไทย จะช่วยให้หางานในคาเฟ่ท้องถิ่นได้ง่ายและได้เรทค่าจ้างที่สูงขึ้น
  • พนักงานช่วยงานในครัว: เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งไปถึงใหม่ๆ ยังไม่มั่นใจในทักษะภาษา เพราะงานนี้จะเน้นการเตรียมวัตถุดิบ ล้างจาน และดูแลความสะอาดในครัวหลังร้าน เป็นงานที่เหนื่อยหน่อยแต่รายได้มั่นคงและมักได้ชั่วโมงงานที่นิ่ง

2. งานในธุรกิจค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ต

เป็นอีกหนึ่งสายงานที่เดินทางสะดวกและมีสาขากระจายอยู่ทั่วเมือง เหมาะสำหรับนักเรียนที่ชอบสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นระบบ มีเวลาเข้ากะที่ชัดเจน และเปิดโอกาสให้เลือกทำในวันหยุดสุดสัปดาห์ได้ งานในสายนี้จะช่วยให้คุณได้ฝึกความคล่องแคล่วในการบริหารจัดการสินค้า การคิดเงิน และได้สื่อสารกับผู้คนหลากหลายรูปแบบในชีวิตประจำวัน สำหรับงานในธุรกิจค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ตที่เราแนะนำได้แก่

  • พนักงานจัดเรียงสินค้า: ทำหน้าที่ตรวจเช็กและเติมสินค้าบนชั้นวางให้เต็มและเป็นระเบียบ มักเป็นกะช่วงเช้าตรู่หรือดึกหลังร้านปิด เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความวุ่นวายและต้องการสมาธิในการทำงาน
  • พนักงานแคชเชียร์: หน้าที่หลักคือการคิดเงินและบริการลูกค้า ณ จุดขาย เป็นงานที่ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบเรื่องตัวเลข ข้อดีคือได้ฝึกทักษะภาษาอังกฤษผ่านการบทสนทนาสั้นๆ กับลูกค้าตลอดทั้งวัน
  • พนักงานขายหน้าร้าน: ทำหน้าที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าในร้านต่างๆ เช่น ร้านเสื้อผ้า ร้านเครื่องเขียน หรือร้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นงานที่สนุกและได้ใช้ทักษะการโน้มน้าวใจ ซึ่งบางแห่งอาจมีค่าคอมมิชชันเพิ่มให้ด้วย

3. งานในมหาวิทยาลัย

หากคุณไม่อยากเดินทางไกลและต้องการงานที่ปลอดภัย 100% งานพาร์ทไทม์ภายในรั้วมหาวิทยาลัยคือคำตอบที่ดีที่สุดที่เราขอแนะนำ ข้อดีคือทางสถาบันเข้าใจบริบทของนักศึกษาเป็นอย่างดี ตารางงานจึงถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับตารางเรียนและช่วงสอบอย่างลงตัว นอกจากนี้ในบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา จะมีกฎหมายวีซ่านักเรียนที่อนุญาตให้ทำงานในมหาวิทยาลัยได้ง่ายกว่าการออกไปหางานทำข้างนอกอีกด้วย และสำหรับกลุ่มนักเรียนที่มาจากการขอทุนเรียนต่อต่างประเทศแล้ว งานประเภทนี้ถือเป็นออปชันแรกๆ ที่มหาวิทยาลัยมอบให้ โดยงานในมหาวิทยาลัยที่แนะนำได้แก่

  • พนักงานดูแลห้องสมุดหรือห้องแล็บ: ทำหน้าที่จัดระเบียบหนังสือ ให้คำแนะนำในการยืม-คืน หรือดูแลความเรียบร้อยของอุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการ เป็นงานที่ค่อนข้างเงียบสงบ และมีเวลาว่างพอให้คุณได้นั่งอ่านหนังสือหรือทำการบ้านของตัวเองในระหว่างกะได้ด้วย
  • เจ้าหน้าที่ประสานงานและต้อนรับ: ทำหน้าที่ให้ข้อมูลกับนักศึกษาใหม่ พาชมมหาวิทยาลัยในวัน Open House หรือช่วยงานเอกสารในสำนักงานคณะ เป็นงานที่ได้ฝึกทักษะการสื่อสารระดับมืออาชีพและปูคอนเนกชันกับอาจารย์ได้เป็นอย่างดี
  • ผู้ช่วยสอนหรือผู้ช่วยวิจัย: ส่วนใหญ่จะเปิดรับนักศึกษาในระดับปริญญาโท-เอก ที่มีผลการเรียนดีเด่น โดยทำหน้าที่ช่วยอาจารย์เตรียมเอกสารการสอน ตรวจข้อสอบย่อย หรือช่วยเก็บข้อมูลวิจัย เป็นงานพาร์ทไทม์ที่ได้ค่าตอบแทนสูงและโปรไฟล์หรูมากสำหรับต่อยอดประวัติการทำงาน

4. งานอิสระและงานใช้ทักษะเฉพาะทาง

หากคุณมีทักษะเฉพาะตัวที่ฝึกฝนมาจากเมืองไทย งานสายนี้จะช่วยสร้างรายได้ต่อชั่วโมงที่สูงกว่างานบริการทั่วไปอย่างมาก ข้อดีคือคุณสามารถเลือกรับงานตามตารางเวลาที่สะดวก ไม่ผูกมัดกับเวลาเข้ากะ และหลายอาชีพยังสามารถทำจากที่พักได้เลย จึงช่วยประหยัดเวลาและค่าเดินทางได้ดีทีเดียว

  • ติวเตอร์สอนภาษาหรือวิชาการ: ทำหน้าที่สอนภาษาไทยให้กับชาวต่างชาติ หรือสอนวิชาการ เช่น คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์ ให้กับเด็กนักเรียนในท้องถิ่น รวมถึงการรับสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ เป็นงานที่ใช้ความรู้ความสามารถและได้เรทค่าจ้างต่อชั่วโมงค่อนข้างสูง
  • พี่เลี้ยงเด็กหรือคนดูแลสัตว์เลี้ยง: เป็นอีกหนึ่งงานยอดฮิตในต่างประเทศที่อาศัยความรับผิดชอบและความน่าเชื่อถือ ทำหน้าที่ช่วยดูแลเด็กๆ หลังเลิกเรียน หรือรับฝากพาสุนัขและแมวไปเดินเล่นในวันหยุด เหมาะสำหรับคนรักเด็กและรักสัตว์ที่ต้องการรายได้เสริมแบบไม่เครียดจนเกินไป
  • ช่างภาพ กราฟิกดีไซเนอร์ หรือช่างแต่งหน้า: สำหรับคนที่มีพอร์ตโฟลิโอและฝีมือในงานศิลปะ คุณสามารถรับงานฟรีแลนซ์ในชุมชนนักศึกษา รับถ่ายภาพนอกรอบในวันรับปริญญา หรือรับออกแบบกราฟิกให้กับร้านค้าท้องถิ่น ซึ่งเป็นงานที่สร้างรายได้เป็นก้อนและช่วยสะสมผลงานไประดับสากลได้ด้วย

ทำงานพาร์ทไทม์ต่างประเทศ มีอาชีพไหนน่าสนใจบ้าง?

หากพูดถึงรายได้จากการทำงานพาร์ทไทม์ต่างประเทศแล้ว จะคิดผลตอบแทนเป็นรายชั่วโมงตามกฎหมายค่าแรงขั้นต่ำของแต่ละประเทศ เมื่อคำนวณบนพื้นฐานกฎหมายวีซ่านักเรียนที่อนุญาตให้ทำงานได้สูงสุดประมาณ 20-24 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในช่วงเปิดเทอม จะมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 25,000-50,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนและเมืองที่อยู่ โดยเราได้สรุปมาเป็นตารางให้แล้วดังนี้

ประเทศค่าแรงขั้นต่ำ / ชั่วโมงรายได้เฉลี่ย / 24 ชม. ต่อสัปดาห์จุดเด่น
ออสเตรเลียAUD$24.95 – $29(ประมาณ 600 – 700 บาท)55,000 – 65,000 บาทค่าแรงขั้นต่ำแพงที่สุด หากทำวันเสาร์-อาทิตย์จะได้เรทเพิ่ม
สหราชอาณาจักร£10.85 – £12.71(ประมาณ 500 – 580 บาท)48,000 – 55,000 บาทเรทปรับตามอายุ (อายุ 21 ปีขึ้นไปได้เรทสูงสุด) ลอนดอนค่าครองชีพสูงแต่ค่าจ้างจะขยับตาม
แคนาดาCAD$16.00 – $18.25(ประมาณ 430 – 490 บาท)41,000 – 47,000 บาทค่าแรงต่างกันไปตามรัฐ (รัฐใหญ่อย่าง BC และ Ontario เรทจะสูงกว่ารัฐอื่น)
สหรัฐอเมริกาUSD$15.00 – $17.95 (ประมาณ 550 – 660 บาท)52,000 – 63,000 บาทสำหรับรัฐใหญ่ๆ เช่น California, New York จะได้เรทที่สูงมาก แต่หากเป็นวีซ่านักเรียนปีแรกจะบังคับให้ทำงานในมหาวิทยาลัยเท่านั้น

ทำงานพาร์ทไทม์ต่างประเทศ ขั้นตอนยุ่งยากไหม เริ่มต้นอย่างไร?

สำหรับขั้นตอนการหางานพาร์ทไทม์ต่างประเทศนั้นไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด หากคุณเตรียมตัวเรียนต่อต่างประเทศและศึกษาเรื่องกฎหมาย รวมถึงเอกสารตามกฎระเบียบของประเทศนั้นๆ มาล่วงหน้าแล้ว เราขอแนะนำวิธีเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อสมัครงานพาร์ทไทม์ด้วย 4 ขั้นตอนเหล่านี้

1. เช็กสิทธิ์และเงื่อนไขวีซ่าของประเทศปลายทาง

ก่อนจะร่อนใบสมัครงานพาร์ทไทม์ สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือตรวจสอบกฎหมายวีซ่านักเรียนของประเทศที่คุณไปเรียนอย่างละเอียด เนื่องจากแต่ละประเทศจะมีข้อจำกัดไม่เหมือนกัน ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายเรียนต่อต่างประเทศของคุณ ยกตัวอย่างเช่น

  • ออสเตรเลียกับสหราชอาณาจักร : โดยทั่วไปจะอนุญาตให้นักเรียนทำงานพาร์ทไทม์ได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในช่วงเปิดเทอม และทำได้เต็มเวลาในช่วงปิดเทอมเท่านั้น
  • แคนาดา: ปัจจุบันมีการปรับเกณฑ์ชั่วโมงงานพาร์ทไทม์นอกสถานศึกษาอยู่ที่ประมาณ 24 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในช่วงเวลาเรียนปกติ
  • สหรัฐอเมริกา: ค่อนข้างเข้มงวดพอสมควรหากเทียบกับประเทศอื่น โดยในช่วงปีแรกจะอนุญาตให้ทำงานภายในมหาวิทยาลัยเท่านั้น ห้ามออกไปทำงานข้างนอกเด็ดขาด ยกเว้นจะได้รับอนุญาตพิเศษตามเงื่อนไขของหลักสูตร

2. ขอหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี

หากตรวจสอบแล้วว่าวีซ่าของคุณมีสิทธิ์ทำงานได้ คุณจะต้องยื่นขอหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของประเทศนั้นๆ ผ่านระบบออนไลน์ของรัฐบาลก่อนเริ่มงานเสมอ สำหรับระบบเลขผู้เสียภาษีสากลของประเทศยอดนิยมที่คุณควรรู้มีดังนี้

2.1 TFN (Tax File Number)

เป็นระบบเลขผู้เสียภาษีสากลของประเทศออสเตรเลีย ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าประเทศออสเตรเลียด้วยวีซ่านักเรียนแล้ว คุณสามารถยื่นขอ TFN ผ่านเว็บไซต์ของ ATO (Australian Taxation Office) ได้ฟรีทันที โดยระบบจะเปิดให้ทำได้เฉพาะตอนที่คุณอยู่ในออสเตรเลียแล้วเท่านั้น นอกจากจะใช้สมัครงานแล้ว ออสเตรเลียยังมีระบบ ABN (Australian Business Number) สำหรับคนที่อยากรับงานฟรีแลนซ์ ขับ Uber Eats หรือส่งอาหาร ซึ่งจำเป็นต้องใช้ TFN ในการอ้างอิงตอนสมัครด้วยเช่นกัน

2. NIN (National Insurance Number)

เป็นระบบเลขผู้เสียภาษีสากลของสหราชอาณาจักร (UK) สำหรับนักเรียนไทยที่ไปอังกฤษ การทำงานพาร์ทไทม์จำเป็นจะต้องมีเลข NIN เพื่อให้นายจ้างนำไปหักภาษีและเงินประกันสังคมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย คุณสามารถยื่นคำขอออนไลน์ได้ผ่านเว็บไซต์ของรัฐบาลสหราชอาณาจักร (GOV.UK) ในระหว่างที่กำลังรอเลข NIN ที่อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ กฎหมายของ UK อนุญาตให้คุณเริ่มทำงานก่อนได้ โดยแจ้งนายจ้างว่าอยู่ในกระบวนการรอหมายเลข เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการหารายได้เสริม

3. SSN (Social Security Number)

เป็นระบบเลขผู้เสียภาษีสากลของประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นเลขที่ขอยากที่สุดในบรรดาทุกประเทศ เนื่องจากอเมริกามีกฎหมายที่เข้มงวดในเรื่องการทำงานของนักเรียนต่างชาติอย่างมาก โดยทั่วไปแล้วคุณจะไม่สามารถเดินดุ่มๆ เข้าไปขอเลข SSN ได้เลย เว้นแต่ว่าคุณจะได้รับการตอบรับเข้าทำงานจากหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยแล้วเท่านั้น ทั้งนี้เลข SSN ไม่ได้ใช้เสียภาษีเพียงอย่างเดียว แต่เปรียบเสมือนเลขบัตรประชาชนในอเมริกาที่ใช้เปิดบัญชีธนาคาร ทำใบขับขี่ หรือเปิดเบอร์โทรศัพท์แบบรายเดือนอีกด้วย

3. เตรียม Resume และ Cover Letter ฉบับสากล

การสมัครงานในต่างประเทศส่วนใหญ่จะเน้นความกระชับและเป็นมืออาชีพ เราขอแนะนำให้เตรียมเรซูเม่ภาษาอังกฤษความยาว 1 หน้ากระดาษ โดยระบุทักษะ ประสบการณ์ทำงานที่เคยทำมาจากไทย (ถ้ามี) และเวลาที่คุณสะดวกเข้ากะให้สอดคล้องกับตารางเรียน เพื่อให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาการว่าจ้างได้ง่ายขึ้น

4. เริ่มหางานผ่านช่องทางต่างๆ

เมื่อเอกสารทุกอย่างพร้อมแล้ว คุณสามารถลุยหางานได้จาก 3 ช่องทางหลักๆ ได้แก่ แพลตฟอร์มหางานออนไลน์ท้องถิ่น เช่น Indeed หรือ LinkedIn, บอร์ดประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่จะมีประกาศรับสมัครงานภายในแคมปัส หรือศูนย์ Career Service ที่ให้ความช่วยเหลือในการหางานพาร์ทไทม์ให้นักศึกษาโดยเฉพาะ รวมไปถึงการเดิน Walk-in เข้าไปสมัครงานตามร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า หรือคาเฟ่ ทั้งนี้เราขอแนะนำให้แต่งตัวสุภาพและวางท่าทีที่น้อบน้อมแล้วค่อยยื่นเรซูเม่ให้กับผู้จัดการร้านโดยตรงจะดีที่สุด เพราะวิธีนี้จะเพิ่มโอกาสในการว่าจ้างได้มากขึ้น

แม้ว่าการทำงานพาร์ทไทม์ต่างประเทศจะเป็นโอกาสที่ดีที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิตนอกห้องเรียนไปในตัว แต่สิ่งสำคัญอย่าลืมเป้าหมายหลักนั่นคือการเดินทางมาเรียนต่อเพื่อต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่สายอาชีพที่คุณต้องการในอนาคต ดังนั้นคุณควรจัดสรรเวลาระหว่างการทำงานและการเรียนให้สมดุล ไม่โหมงานหนักจนกระทบต่อสุขภาพหรือผลการเรียน รวมถึงปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานของประเทศนั้นๆ อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การใช้ชีวิตในต่างแดนราบรื่น ปลอดภัย และประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ในทุกๆ ด้าน